
และแล้วก็เป็นจริงตามคาด
วันนี้เค้าหายไป
ยังไม่ทันไร
เค้าก็ไม่คิดจะติดต่อเราซะละ
เค้าคงดีใจและมีความสุข
ที่คนอย่างเราไม่ไปก่อกวนเค้าอีก
เค้าจะได้จีบคนนั้นอย่างสบายใจ
โดยที่ไม่ต้องมากังวลว่า
เราจะต้องเป็นอะไร
หรือรู้สึกอะไร
อืม....ปล่อยเค้าไปเถอะ
เพื่อนแท้อย่างเรา...
มันไม่มีค่าและสำคัญเท่ากับ
ผู้หญิงที่เค้าชอบและคุยกันไม่กี่วัน
อ่านบทความพวกนี้
แล้วสะท้อนใจ
ช่างตรงกับตัวเองเสียจริง
เราต้องพบกับปลายทางและเส้นชัย
แต่เป็น..."เส้นชัยของความเจ็บปวด"
ชาติก่อนเราคงทำเวรกรรมไว้กะเค้า
ชาตินี้เราถึงต้องรู้สึกอย่างนี้
และทุกอย่างต้องเป็นและจบลงแบบนี้
Y_Y
การเดินทาง . . . ที่จบลงด้วยความเจ็บปวด เส้นชัยนั้น . . . มีน้ำตาพร่างพรมอยู่ตรงหน้า ฉันเดินมาถึงด้วยความเหนื่อยหอบ โดยลำพัง และอยากจะทิ้งความเจ็บปวดนั้น . . . ไว้ตรงเส้นชัย บางคนเคยพูดว่า . . . ความรักเสมือนลูกโป่งหรือดอกไม้ เราไม่อาจเชยชมมันได้ตลอดกาล

ใครว่า ... ฉันยังได้กลิ่นความรักอันหอมหวาน ภายใต้ดอกไม้อันแห้งกรอบ ฉันยังเห็นลูกโป่งลอยอยู่ ท่ามกลางดวงดาวยามมืดมิด ความสุขที่ฉันยังสัมผัสได้ ไม่เคยลดหายตายจาก หรือถูกลั่นทอน ไปจากความเจ็บปวดที่ได้รับ
แม้ในบางครั้ง ... มันจะกลืนกินหัวใจของฉันไป จนแทบไม่เหลือตัวตน ความหวัง ความฝัน ความสุข โรยราไปพร้อมกับสายลมเพียงบางเบา
ฉันเหงาแทบบ้า
และไม่รู้ว่าตัวเองเดินมาถึงปลายทาง ของเส้นชัยแห่งนี้ได้อย่างไร หรืออาจเป็นเพราะความรู้สึกถูกปลิดแยกออกจากหัวใจ

หรือเพราะความสุข เริ่มขยับตัวเข้ามาใกล้ เข้ามาใกล้... เข้ามาใกล้... เข้ามาใกล้... ในนาทีที่ความเจ็บปวดอำลาหัวใจฉันไปไกลตา
 |